[CS-CLASS-M4/1] Between First Class

posted on 16 Oct 2008 00:14 by scuro-gothix

เอนทรี่นี้เป็นส่วนหนึ่งของ โรงเรียนลูกบาศก์ นะครับ

เรื่องราวต่อไปนี้ มีความเกี่ยวข้องกับเอนทรี่  First Class เล็กน้อยนะครับ

(หรืออันที่จริงมันแทบจะไม่มีอะไรเกี่ยวข้่องนอกจากช่วงเวลา...)

 

Cubic School : Class4/1 - Between First Class

ช่วงเวลา :ยังอยู่ในคาบแรกของการสอนครับ ประมาณต้นเดือนมิิ.ย.

*มีการแก้ไขรายละเอียดข้อผิดพลาดตามที่ผู้ปกครองวินด์แจ้งมาแล้วครับ

 ---------------------------------------------------------------------------------

 

ขณะที่ปล่อยให้เด็กกลุ่มที่พอมีพื้นฐานด้านดนตรีมาก่อนแล้วลงชนิดดนตรีที่ตนอยากจะเล่นอยู่นั้น ครูมิวก็กำลังเดินให้คำปรึกษากับเด็กกลุ่มที่เหลือ เพื่อจะได้แนะแนวทางเครื่องดนตรีที่ตนอยากจะเล่น

เขาไม่อยากจะบังคับให้เด็กเล่นดนตรีที่ไม่ถนัด

และเขาก็คงไม่อยากให้เด็กเหล่านี้เลือกเครื่องดนตรีโดยสุ่มเอาตามใจชอบด้วย

อาจเป็นเพราะเขาคิดว่าเครื่องดนตรีชิ้นหนึ่ง มันก็เป็นเหมือนกับตัวแทนหรือสัญลักษณ์ของนักดนตรีคนนั้น บุคลิกและลักษณะนิสัยต่างๆ มักปลดปล่อยออกมาได้ตามเสียงดนตรี

เสียงดนตรีเปลี่ยนไปตามผู้เล่นฉันใด ความรู้สึกต่อบทเพลงย่อมเปลี่ยนไปด้วยฉันนั้น

แต่ใช่ว่าทุกคนจะเจอเครื่องดนตรีที่เหมาะสมในเวลาอันสั้น

 

"เอ่อ... รวิระอยากลองเล่นเครื่องดนตรีชนิดไหนเป็นพิเศษไหมครับ?"

เด็กหนุ่มตรงหน้าจ้องหน้าเขากลับ 

"ไม่มีอะไรเป็นพิเศษครับ แล้วแต่ครูมิว" 

เป็นคำตอบที่ทำให้ครูมิวต้องคิดหนักอีกหน... ไอคำว่าแล้วแต่นี่เป็นอะไรที่ดูปวดหัวเหมือนกันนะ

เขาลองสังเกตภาพรวมของคนตรงหน้าอีกครั้ง ธูปดูออกจะเป็นเด็กที่ดูเงียบๆ ในครั้งแรกที่เห็น แต่พักหลังๆ มิวก็เห็นเขาเข้ากับเพื่อนคนอื่นๆ ได้ดี เหมือนจะเป็นคนคุยเก่งกว่าที่เห็น โดยเฉพาะ... กับเด็กสาวผมยาวที่นั่งอยู่ข้างๆ เด็กหนุ่มในตอนนี้

ครูดนตรีลองเหลือบสายตามองไปทางเธอแวบหนึ่ง

...สมุด สีม่วงเล่มเดิม ไดอารี่หรือเปล่านะ...

แต่เขาก็ไม่ใช่พวกที่ชอบยุ่งกับเรื่องชาวบ้าน สายตาเรียวสีดำสนิทจึงกลับมาที่คู่สนทนาคนแรกอีกครั้ง

"งั้นลอง Oboe ไหมครับ ครูอยากลองให้เด็กเล่นเครื่องเป่า เพราะดูท่าว่าจะสะดวกที่สุดแล้ว"

เสียงของมันอาจเข้ากับบรรยากาศเย็นๆ รอบตัวของเด็กคนนี้ก็เป็นได้

"ยังไงก็ได้ครับ..." ธูปตอบกลับมาอย่างเรียบง่าย

ครูมิวหยิบปากกาขึ้นมาเขียนบันทึกสั้นๆ ใส่สมุดจดของเขา

"แล้วฑิฆัมพรล่ะครับ" เขาหันหน้าไปถามเด็กสาวที่อยู่เยื้องไปข้างๆ

"ยังไงก็ได้ค่ะ" เธอเงยหน้าขึ้นมาจากสมุดเล่มโปรดของเธอ

อีกแล้วสินะ... งั้นจับให้เล่นEnglish Horn คู่กับคนที่นั่งข้างๆ ไปเลยดีไหมเนี่ย? แต่คิดอีกทีสมัยนี้แทบจะไม่มีใครเล่นกันแล้ว งั้นลองเปลี่ยนเป็นอะไรที่ง่ายกว่านั้นดีกว่า

ระหว่างที่ครูมิวกำลังยืนคิดอยู่ ฟ้าก็เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา พร้อมด้วยรอยยิ้มที่ส่งมาให้

...เขารู้สึกไปเองใช่ไหมกับสายตาที่เหมือนกำลังจะจ้องจับเหยื่อ...

"ลองFrench Horn แล้วกันนะครับ หรือถ้าไม่ไหวยังไงก็ลองเปลี่ยนดูได้"

คุณครูที่ยืนอยู่รีบก้มหน้าก้มตาจดบันทึกลงไปในสมุดของเขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับก้าวเท้าเดินไปที่ลูกศิษย์คนต่อไป คราวนี้เขาเดินไปหยุดที่หน้าเด็กสาวตัวเล็ก

"นิกานสนใจเครื่องดนตรีอะไรเป็นพิเศษไหมครับ" 

"หนูอยากลองเล่นFlute ค่ะ ครูมิว" เธอรีบตอบผมกลับมาในทันทีทันใด

"อืม... ก็คงไม่มีปัญหาอะไรหรอกครับ" 

อย่างน้อยก็มีเด็กที่ตัดสินใจด้วยตัวเองหนึ่งคน มือของเขาจดรายละเอียดลงไปในสมุดเล่มเดิม

เสร็จแล้วเขาก็ก้าวขึ้นไปหาเด็กกลุ่มต่อไป

"ครูมิวคะ" คราวนี้เป็นฟาร์มที่เรียกอาจารย์ก่อนที่จะถูกถาม "คือหนูไม่รู้จริงเลยว่าตัวเองจะเล่นดนตรีได้หรือเปล่า ยังไงก็ต้องขอฝากตัวด้วยนะคะ"

"เช่นกันครับ... ขอพูดอะไรสักนิดนะครับ ในความคิดของ ไม่จำเป็นต้องมีพรสวรรค์ก็เล่นดนตรีได้ครับ อย่างครูนี่ก็เพิ่งมาหัดเล่นดนตรีจริงๆ ก็ตอนม.ปลายเองเหมือนกันนะครับ"

"จริงหรือคะ"  เธอดูประหลาดใจกับคำพูดของผมมาก

"จริงสิครับ ว่าแต่ปิยธิดาสนใจเครื่องดนตรีชนิดไหนเป็นพิเศษไหมครับ?"

"อืม... หนูไม่รู้จริงๆ ค่ะว่าตัวเองเหมาะกับเครื่องดนตรีแบบไหน ครูมิวลองคิดให้หน่อยสิคะ"

"ถ้างั้น..." มิวเขย่าปากกาเล่นในมือขณะคิดไป "อาจจะยากไปสักหน่อย แต่ลองเล่น Saxophone ดูไหมครับ ลองเป็นSoprano ดูก่อนก็ได้นะครับ"

"โห ไม่ยากไปหน่อยเหรอคะ" ฟาร์มดูจะเป็นกังวลเล็กน้อย

"สำหรับปิยธิดา ครูว่าเธอว่ามีกำลังปอดพอสมควรเลยล่ะ ยังไงถ้าไม่ไหวก็เปลี่ยนทีหลังได้ครับ"

"ก็แล้วแต่ครูมิวแล้วกันค่ะ ต่อไปเรียกหนูว่าฟาร์มก็ได้นะคะ" เธอส่งยิ้มกลับมาให้เขา

...แค่รอยยิ้มของเธอก็บ่งบอกได้ถึงความสดใสของเสียงเพลงได้อย่างดีแล้วล่ะ....

"ต่อไปก็... ปรินทร์ทิพย์สินะครับ" เขาหันหน้าไปทางเด็กสาวที่ดูเรียบร้อยคนหนึ่ง

"ค่ะ... ครูมิวจะเรียกหนูว่าปลาก็ได้นะคะ" 

"ครับๆ ปลาอยากจะลองเล่นเครื่องดนตรีชนิดไหนเป็นพิเศษไหมครับ" คุณครูดนตรีถามคำถามเดิมรอบที่5ออกไป

"ครูมิวช่วยลองแนะให้หน่อยสิคะ" ท่าทางเธอคงจะยังไม่เจอแนวทางของตัวเองเช่นกัน

"คิดว่า... เล่นเครื่องเป่าใหญ่ๆ ไหวไหมครับ?" เขาลองถามหยั่งเชิงออกไปก่อน "พวกTuba อะไรแบบนั้น หรือถ้ายังไงก็ลองแค่ Euphonium ก็ได้นะครับ" มิวคิดว่าปลาดูมีแรงมากกว่าที่เห็นนะ

"ยังไงก็ได้ค่ะ เอาตามที่ครูมิวบอกแล้วกัน"

"ถ้าไม่ไหว ก็มาขอเปลี่ยนเครื่องดนตรีได้เลยนะครับ" นิ้วมือเรียวจดบันทึกรายละเอียดลงในสมุดจดอีกครั้ง

เมื่อไล่รายชื่อเครื่องดนตรีที่มีในตอนนี้พบว่ามีแต่เครื่องเป่าเพียงอย่างเดียว อาจจะตั้งวงโยธวาทิตได้เลยสินะ แต่ก็ต้องดูก่อนว่าจะมีโอกาสเล่นในงานไหนได้หรือเปล่า และคงต้องมีPercussion มากกว่านี้ด้วย

"ต่อไปก็... ธีระสินะครับ" เขาเดินไปถามลูกศิษย์คนต่อไป

"ครับครูมิว อย่างผมนี่เหมาะที่จะเล่นอะไรดีล่ะครับ?" ธีดักคำถามของคุณครูเอาไว้ได้ในคราวนี้

"สนใจที่จะเล่น Trumpet ไหมครับ อาจจะเหมาะกับธีระก็ได้นะครับ" มิวพูดออกพร้อมส่งยิ้มให้ลูกศิษย์ตรงหน้า ต้องขอบคุณธีสินะ ที่ทำให้เขาไม่ต้องพูดอะไรซ้ำซาก

"เหมาะยังไงเหรอครับ?"

"ก็ผมเป็นว่าธีระดูเป็นเด็กที่ชอบเล่นกีฬาสินะครับ ก็คงจะมีพลังเหมือนกับเสียงของทรัมเป็ตไงล่ะครับ" ถึงเหตุผลจะดูแปลกๆ ไปสักหน่อย แต่เขาก็คิดแบบนั้นจริงๆ นะ

"งั้นก็คงต้องขอลองหน่อยแล้วกันครับ"

"แล้ว... ประสิทธิ์ล่ะครับ อยากจะลองเล่นอะไรเป็นพิเศษไหมครับ" ผมหันหาเด็กชายที่นั่งแถวนั้นอีกคน ท่าทางเขาดูเหมือนตกใจนิดๆ กับคำถามของมิว 

"อะไรก็ได้ครับ" ไผ่ตอบกลับมาด้วยสำเนียงที่ค่อนข้างเบา

"ถ้าจำไม่ผิด ครูเคยเห็นเธอเป่าขลุ่ยอยู่แถวริมสระน้ำสินะ ลองเล่นClarinet ไหมครับ" มิวพยายามที่เดินเข้าไปใกล้ๆ เพื่อที่จะได้ยินบทสนทนาที่ตอบกลับมา "หรือว่าจะลองเล่นอย่างอื่น?"

"ยังไงก็ได้ครับ" เขาตอบกลับมาโดยที่ไม่จ้องตากับอาจารย์

"ถ้ายังไง ลองมาปรึกษาครูทีหลังได้นะ" ครูมิวพยักหน้าเบาๆ พร้อมจดรายละเอียดลงในสมุด... คงจะต้องดูแลเด็กคนนี้เป็นพิเศษหน่อย เขาปรารถนาที่จะให้ทุกคนเรียนไปด้วยกันอย่างสนุกสนาน

แล้วสายตาสีดำสนิทก็จ้องไปที่เด็กอีกสองคนบริเวณหลังห้อง พราวกับวินด์...

เขาตัดสินใจเริ่มที่เด็กสาวที่เหลือก่อน

"แพรวนภาสินะครับ" มิวพยายามส่งยิ้มให้เธอ แต่สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงสายตาเขียวครามที่เย็นเยียบ เหมือนผืนมหาสมุทรอันล้ำลึก ท่าทางของเธอทำให้ครูมิวต้องผงะเล็กน้อย

"หนูเล่นเครื่องดนตรีอะไรก็ได้อยู่แล้วค่ะ" เสียงของเธอเอ่ยขึ้นก่อนคำถามของเขาเสียอีก

ท่าทางของเธอดูเฉยชามาก... ปกติแล้วมิวจะไม่ใช่คนที่คิดอะไรมาก แต่ไม่ใช่คราวนี้ เขารู้สึกขัดใจนิดๆ กับเธอ แต่เขาก็คงไม่มีสิทธิที่จะบ่นออกไป ต่างคนก็ต้องมีต่างบุคลิกสินะ

ทั้งน้ำเสียง ท่าทาง และความรู้สึกของเธอดูแล้วเย็นชา แต่บางครั้งเธอกลับดูเหมือนจมลึกลงไปในความมืดมนนั้นเพียงผู้เดียวแค่คิดถึงตรงนี้เด็กสาวตรงหน้าดูแบกรับความเศร้าหมองภายในใจไว้ตลอดเวลา

...เหมือนกับเสียงของบาซซูน ที่แฝงความสวยงามไว้ในทำนองอันเศร้าหมอง...

 "ครูคิดว่าเธอเหมาะกับ Basson ดีนะ" มิวพูดในสิ่งที่ตัวเองคิดออกไป

แม้ไม่มีเสียงตอบรับใดๆ กลับมา แต่เขาก็คิดว่าพราวก็คงไม่ได้ปฏิเสธเขาแต่อย่างใด

เมื่อบันทึกรายละเอียดเสร็จแล้ว มิวก็หันหน้าไปที่เด็กคนสุดท้ายที่นั่งอยู่หลังสุดของห้อง...

"สวัสดีครับรวินท์" เขาเดินเข้าไปทักทาย ก่อนที่จะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ "ถ้าจำไม่ผิด เหมือนครูจะรู้สึกว่าในใบประวัติของเธอจะเขียนไว้ว่าเธอเคยเล่นเปียโนมาก่อนไม่ใช่เหรอ?"

...ไม่มีสัญญาณใดๆ ตอบรับกลับมาจากเด็กชายตรงหน้า...

"รวินท์ครับ ทำไมถึงไม่ตอบครูล่ะครับ?"

"ผมไม่ได้เล่นนานแล้วครับ เลยคิดว่าตอนนี้คงเล่นไม่ค่อยได้" ในที่สุดก็มีการตอบรับจากเด็กหนุ่มตรงหน้า

"เอ... แต่ครูว่าถึงอย่างงั้นก็ถือว่ามีทักษะมาก่อนนะครับ แล้วยังไงเพลงที่ครูจะให้เล่นก็ไม่อยากมากอยู่แล้ว" เขาลองคะยั้นคะยอให้วินด์เล่นตามที่ตัวเองถนัดดู เผื่อว่าเขาจะได้สมาชิกวงดนตรีเพิ่มอีกคน

"ผมไม่ค่อยสะดวกที่จะเล่นน่ะครับ" แต่ถึงยังไงนายรวินท์ก็ยังไม่ยอมง่ายๆ

 "อ่าว ทำไมล่ะครับ?" เขาชักเริ่มไม่ค่อยมั่นใจกับสิ่งที่ตัวเองกำลังทำอยู่สักเท่าไรแล้ว

เขาพูดอะไรผิดไปหรือเปล่านะ?... 

"บอกครูได้ไหมครับว่าทำไมถึงไม่อยากเล่นเปียโนแล้ว"เขากระซิบถามออกไปเบาๆ เผื่อว่าคนตรงหน้าไม่ต้องการจะบอกใครต่อใครถึงเหตุผลที่ตัวเองปฏิเสธการเล่นดนตรี

เด็กหนุ่มตรงหน้าถอนหายใจเบาๆ เหมือนติดจะรำคาญเขาหน่อยๆ

"ที่ผมเลิกเล่นเปียโนเพราะ นิ้วของผมขยับไม่ได้แล้วครับ"  วินด์ตอบกลับมาในที่สุด

...

ตอนนี้มิวรู้สึกแย่ แย่มากๆ เลยด้วย ปกติเขาไม่ชอบทำให้ใครรู้สึกไม่ดี ยิ่งเป็นลูกศิษย์ตัวเองแล้วยิ่งแล้วใหญ่ เขาไม่น่าถามแบบนั้นออกไปเลยด้วยซ้ำ น่าจะรู้แต่แรกแล้วว่าถ้าตอนนี้วินด์ยังเล่นเปียโนได้ตามปกติก็คงเดินลงไปรวมกลุ่มกับเด็กข้างล่างแล้ว

"ครูขอโทษนะครับที่ถามอะไรไม่ดีออกไป" เขาเลื่อนเก้าอี้ออกแล้วนั่งลงข้างๆ วินด์ "ขอครูดูนิ้วของเธอข้างที่เจ็บหน่อยนะ" เขาแบมือออกไปข้างหน้า เพื่อจะดูอาการของลูกศิษย์เสียหน่อย

วินด์ดูเหมือนจะมีท่าทีอิดออดเล็กน้อย แต่ในที่สุดก็ยื่นมือขวามาให้เขาดู...

"นิ้วกลางนะครับ

"อาการแย่ขนาดไหนหรือครับ?" เขาลองขยับนิ้วกลางของเด็กตรงหน้าไปมา

"ก็ขยับไม่ค่อยสะดวกครับ" ท่าทางอาการก็ไม่ใช่จะเลวร้ายสักเท่าไร แต่มันก็มีปัญหาสำหรับครูมิวมากเหมือนกัน เพราะถ้าขยับนิ้วไม่ได้นี่ถือเป็นปัญหาใหญ่กับการเล่นเครื่องดนตรีหลายชนิดเลย

แบบนี้ก็คงเหลือแต่พวกเครื่องเพอร์คัตชั่น แต่ว่าจะให้เล่นอะไรไปก่อนดีนะ...

"ตอนนี้ครูคงต้องให้เธอลองเล่นพวกเพอร์คัตชั่นไปก่อน จะลองเล่น Xylophone ดูไหมครับ"

เป็นอีกครั้งที่เขาไม่ได้รับคำตอบจากเด็กหนุ่มตรงหน้า... ถือว่าเป็นการตอบตกลงแล้วกันนะครับ

"แต่ถ้ายังไงครูจะลองหาวิธีทำให้นิ้วกลางเธอขยับได้ดูก็แล้วกัน เผื่อว่าเธอจะได้กลับไปเล่นเปียโนเหมือนเดิม" อย่างน้อยเขาก็อยากพยายามสนับสนุนให้วินด์กลับไปเล่นเปียโนดูอีกสักครั้ง

แบบนี้คงต้องหาตัวช่วยสินะ...

 

ของแถม...

"ได้ข่าวว่าคุณต้องเล่นไซโลโฟน" หนุ่มหน้าสวยนั่งลงข้างๆ วินด์

"แล้วมันเกี่ยวอะไรกับแก" ท่าทางของเขายังคงไม่เป็นมิตรเช่นเคย

"หึ ไม่รู้ว่าคุณจะเหมาะกับเครื่องดนตรีน่ารักๆ แบบนั้นหรือเปล่าสิ" ปอหลุดขำออกมาเล็กน้อยเมื่อนึกภาพเพื่อนหนุ่มข้างๆ บรรเลงเสียงดนตรีอันสดใส คงจะตลกไม่น้อยเลยล่ะ

วินด์หันหน้าไปเขม่นตาใส่คนที่กำลังนักหัวเราะคิกคักอย่างสบายใจ

"แก..."

"อ่าว สวัสดีครับครูมิว" ก่อนที่คำผรุสวาทใดๆ จะได้เอ่ยออกมาจากปากของคนตัวโตกว่า ปอก็รีบทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วหันไปทักทายครูดนตรีที่กำลังเดินมาหาพวกเขา

"พอดีเลยนะกรวิทย์ ครูมีเรื่องอยากให้เธอช่วยหน่อย"

"มีอะไรหรือครับ?" 

"คือ... ครูอยากให้เธอเป็นคู่ซ้อมเปียโนให้กับรวินท์หน่อย เผื่อว่าเขาอาจจะได้กลับมาเล่นเปียโนได้อีก..."

"ครูครับ!!"  ก่อนที่มิวจะได้ทันเอ่ยจบประโยค วินด์ก็ลุกขึ้นตะโกนประท้วง ก่อนที่จะชี้ไปที่หน้าของคนข้างๆ  "ทำไมต้องเป็นมันด้วยล่ะครับ" ท่าทางของของเด็กหนุ่มแสดงอาการต่อต้านออกมาอย่างชัดเจน

"ก็ครูเห็นว่าไหนๆ กรวิทย์เขาก็เล่นเปียโนในคลาสของผมอยู่แล้ว" ครูมิวไม่เข้าใจอาการของเด็กหนุ่มตรงหน้า ยังไม่วายกล่าวประโยคต่อไปด้วยความซื่อเต็มที "แล้วครูก็เห็นว่าพวกเธอสนิทกันดีออกนะ?"

"แต่ว่าครูครับ" ไม่ทันที่วินด์จะได้ประท้วงอีกรอบ เด็กหนุ่มหน้าสวยก็สวนขึ้นมาทันใด

"ผมจะดูแลวินด์เขาอย่างดีเลยครับ ครูมิว" ปอแสดงอาการเหมือนคนที่เพิ่งได้รับพรวิเศษมา

"อืม... ยังไงก็ฝากเธอด้วยแล้วกันนะ ถ้ามีอะไรก็มาปรึกษาครูได้" มิวแสดงอาการโล่งอกที่อย่างน้อยคนที่เขาขอร้องไม่มีท่าทีต่อต้าน สำหรับอีกคนที่ยังแสดงท่าทางไม่พอใจเต็มที่ก็คงต้องปล่อยเลยตามเลยไปก่อน

...ฝึกๆ กันไปก็คงสนิทสนมกันเองล่ะ...

 

The End

---------------------------------------------------------------------------------

 

จบแบบเสื่อมๆ ไปอีกตอนหนึ่ง... ช่วงนี้ทำตามคำแนะนำของผอ. เขียนการบ้านสนองความneedเอา

เรื่องราวในครั้งนี้ที่จริงผมมีแค่พลอตของตอนท้ายๆ เท่านั้นล่ะครับ แต่เห็นว่ามันสั้นนิดเดียวจนดูน่าเกลียด เลยแต่งอะไรเรื่อยเปื่อยขึ้นต้นมาก่อน ที่จริงในความคิดผมนะ ตอนนี้มันดูน่าเบื่อยังไงไม่รู้สิ = ="

เพิ่งเคยเขียนให้มีตัวละครออกมาพร้อมกันเยอะๆ ขนาดนี้เป็นครั้งแรก เลยทำให้มันดูวุ่ยวายยังไงไม่รู้สิ แล้วสำหรับบางตอน เช่น บทสนทนาของวินด์-ปอ(?) ผมไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไร เลยทำเอาทำเขียนนานมาก แล้วตอนนี้ก็เพิ่งรู้สึกตัวว่า เขียนแบบมุมมองที่สามนี่มันสะดวกกว่ากันเยอะเลย...

สำหรับกีฬาสีก็คงต้องรอกันไปก่อนนะครับ อาจจะได้ทันเฉียดฉิววันอาทิตย์พอดี เพราะช่วงนี้จู่ๆ เหมือนงานมันเทเข้ามา (หรืออันที่จริงมันก็กองไว้ตั้งนานแล้ว แต่เพิ่งรู้สึกว่ากำลังจะโดนทับถมจนตาย) แต่สำหรับการบ้านชิ้นอื่นๆ ผมก็จะพยายามแต่งออกมาให้มากที่สุดก่อนเดือนพฤศจิกายน เพราะช่วงนั้นผมคงต้องหายไปแล้ว (หวังว่านะ)

สำหรับตอนนี้ ก็ต้องขอตัวล่ะครับ Arrivederci!!

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เอแล้วกีฬาสีจะมีเล่นดนตรีมั้ยครับเนี่ย

#1 By [veho+อินทรี on 2008-10-16 23:26

อ่านแล้วนึกถึงสมัยเราเริ่มเล่นดนตรี(ชาติไหน...) ตอนนั้นเราก็เป็นประเภท "ก็แล้วแต่" อย่างนี้ล่ะ...สุดท้ายก็จับฉ่าย เล่นได้ทุกอย่าง แต่ไม่ดีที่สุดสักอัน ฮ่าๆๆ

ป.ล. แต่รู้สึกว่าตอนนี้ประเด็นหลักจะอยู่ที่ของแถมนะนี่...หรือเราคิดไปเอง- -?

#2 By Star* of Radiance on 2008-10-16 23:57

โอเคแล้วแหละค่ะ^^
(ขอโทษที่รบกวนนะงับ>"<)

แต่แบบว่า...
ชอบของแถม~

#3 By Ruii on 2008-10-17 00:45

โฮกพราวมากที่จับ bassoon มาเล่น
อยากร้อง requiem กับพรา่วจริง ๆ เล้ยย-ย

ครูมิวเอาใจใส่นักเรียนดีนะฮะ
big smile

#4 By Kyril on 2008-10-17 00:50

สนอง need จริงๆด้วยแฮะ หึๆ

อ่านเพลินดี และพยายามจินตนาการเสียงตาม
(คราวหน้าอาจลองเอาเพลงของเครื่องดนตรีต่างๆมาอ้างอิงก็ดีนะ)

อ้อ พอดีไม่รู้จักเครื่องดนตรีของพราว เลยลองไปเสิร์ชเสียงดู
ก็ดูเหมาะจริงๆด้วย เหมือนจมดิ่งเลย

#5 By โคค่อน on 2008-10-17 01:54

ผมได้เล่นtrumpetสินะopen-mounthed smile

ส่วนปอก็คงได้สนุกกับวินด์แหงๆเลยsad smile
เหอๆ ครูมิวก็เจอพวก "ตัวแม่" เหมือนครูเอมเลยสินะ

ตอนท้ายแอบกรี๊ด จับคู่นี้ไปอยู่ด้วยกันจะได้บรรเลงเพลงคลาสสิคหรือเพลงไว้อาลัยกันล่ะงานนี้

#7 By irindel on 2008-10-17 22:44

>>...เขารู้สึกไปเองใช่ไหมกับสายตาที่เหมือนกำลังจะจ้องจับเหยื่อ...

อาจจะไม่ได้คิดไปเองก็ได้นะคะครู open-mounthed smile

อ่านชื่อเครื่องดนตรีแล้ว บางชิ้นก็ไม่รู้จักเลยแฮะ
แต่น่าสนุกจังค่ะ แอบมีความคิดว่าอย่างไผ่เนี่ย ถ้าจัดให้เล่นขลุ่ยไทยร่วมกับเครื่องดนตรีอื่นๆได้ คงยิ่งน่าสนุกแน่ๆเลยค่ะ

ส่วนวินด์ รอดูว่าจะกลับมาเล่นเปียโนได้อีกไหม อยากเห็นวินด์เล่นเปียโนจังค่ะ surprised smile

#8 By -Pranyawe-:vs:-Prab- on 2008-10-19 10:52

อืม อ่านเพลินดีนะครับ เหตุผลของการเล่นเครื่องดนตรีก็ดูสมเหตุสมผล
อนึ่งว่า ผมไม่ค่อยมีความรู้เรื่องเครื่องดนตรี แล้ว ก็เหมือนได้ทำความรู้จักไปในตัวด้วย
big smile

#9 By InsomIA3 on 2009-01-02 23:46